บรรเลงเพลงไทยเดิม ๒๐ เพลง { 2 HOUR } กับ ครูโซ่ ยอดหทัย รีศรีคำ

บรรเลงเพลงไทยเดิม ๒๐ เพลง { 2 HOUR } กับ ครูโซ่ ยอดหทัย รีศรีคำ

บรรเลงเพลงไทยเดิม ๒๐ เพลง { 2 HOUR }

ฟังเพลงเบาๆสบายๆในแบบเพลงไทย

กลุ่มดนตรีคลาสสิค(Classic Music )

เพื่อการพัฒนาI.Q.,E.Q.และสมาธิ

ดนตรีคลาสสิกเป็นเพลงไพเราะอันทรงคุณค่า เป็นดนตรีของยุโรปนับตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 17 มาจนถึงราวปี ค.ศ. 1820 เป็น ดนตรีที่มีแบบฟอร์มสลับซับซ้อน มีทั้งเพลงประเภทเต้นรำ เพลงรักเพลงทีบรรยายถึงธรรมชาติ จะมีลักษณะบรรยากาศที่ช้าและเร็วสลับกันไป เป็นดนตรีที่เกิดขึ้นจากในวัดในโบสถ์จนกลายมาเป็นเพลงชาวบ้านมีกระบวนเพลง ด้วยกันหลายกระบวนเร็ว-ช้า-เร็ว สลับกันไป เป็นเพลงที่มีศักยภาพสูงมากในการสื่อสารทางอารมณ์และสติปัญญาอย่างเข้มข้น และลึกซึ้ง มีความวิเศษและเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์มาก ก็เพราะได้รับการยกย่องกันว่าเป็นเพลงคลาสสิกของทุกวัฒนธรรมสามารถตอบสนอง การรับฟังของมนุษย์เราได้ในทุกระดับซึ่ง บทเพลงของดนตรีกลุ่มนี้ รับรองกันแล้วว่าดีถึงขนาด อยู่มานานและจะอยู่ไปได้อีกนานๆ เป็นผลงานของศิลปินที่มีความสมบูรณ์ ความบริสุทธิ์ ความกระจ่างชัดในด้านเนื้อหาและแบบแผนหรือรูปทรง  ทั้งเป็นสมบัติล้ำค่าของมวลมนุษยชาติ (classic ในที่นี้แปลว่า อมตะ ไม่ตายง่ายๆ) บาง บทบางประเภทก็ประเทืองปัญญา บางบทบางประเภทก็ประเทืองอารมณ์อันลึกซึ้งละเอียดอ่อน บางบทบางประเภทก็มีพลังลึกล้ำที่สามารถปลดปล่อยความรู้สึกและอารมณ์ที่ขึ้นๆ ลงๆตามประสามนุษย์ของเราได้ดียิ่งกว่าเพลงประเภทอื่นใด สรุปคืออยู่มาได้นานและจะอยู่ต่อไปได้อีกนานๆ เพราะเป็นดนตรีที่เข้มข้นสุดฤทธิ์สุดเดชในหลากหลายทางยิ่งกว่าเพลงประเภทใดๆ

ดนตรีคลาสสิกกับการพัฒนาไอคิว(I.Q.)

     โมสาร์ท เอฟเฟค(The Mozart  Effects ) เป็นเรื่องกำเนิดมาจากการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาสติปัญญาเด็กด้วยการให้เด็กฟังเพลงคลาสสิก  ได้เริ่มต้นจากข้อสมมติฐานที่เชื่อว่าเด็กจะโตขึ้นและมีสติปัญญาฉลาดเฉลียว ถ้าได้ให้ฟังเพลงคลาสสิก มีข้อสมมติฐานดังกล่าวมีต้นกำเนิดมาจากผลงานค้นคว้าในปี 1993 ของ Frances Rauscher นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย University of California วิทยาเขตเออร์ไวน์การวิจัยเกี่ยวกับ The Mozart  Effect  : เพลงคลาสสิคทางเลือกใหม่ของการพัฒนาศักยภาพสมองให้เกิดการเพิ่มพูนความทรงจำและความเฉลียวฉลาด(อริยะ สุพรรณเภษัช:2543) หลาย ปีที่ผ่านมา  ได้มีการทดลองซึ่งได้แสดงให้ทราบว่าการฟังดนตรีคลาสสิคจะทำให้สามารถเพิ่ม พูนความทรงจำ  สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เรียกกันว่าThe Mozart Effect   เพราะว่าเพลงที่คัดเลือกมาใช้มาใช้ในการเพิ่มพูนความจำนั้นเป็นเพลงของ Wolfgang Amadeus Mozart  ประชาชน ที่ได้อ่านรายงานเกี่ยวกับการทดลองนี้จากวารสารและหนังสือพิมพ์ชื่อดังต่าง ๆ ก็สนใจที่จะฟังเพลงคลาสสิคเพราะว่ามันน่าจะเป็นวิถีทางที่ดีที่จะเพิ่มพูน ความจำและเพิ่มความเฉลียวฉลาดทางปัญญา การทดลองนี้จุดเริ่มต้นได้ตีพิมพ์ที่ The Journal Nature โดยคณะนักวิทยาศาสตร์  ของ University of California  ที่ เมือง Irvine ในปี 1993  คณะวิจัยได้ทำการวิจัยโดยใช้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยดังกล่าว  โดยแบ่งนักศึกษาออกเป็น 3 กลุ่มกำหนดให้ฟังเสียงต่อไปนี้ 10 นาที  ได้แก่

1.  เพลง  sonata for two pianos in D major   ของ Mozart

2.  เพลง relaxation

3.  ความเงียบ silence

ในทันทีหลังจากได้ฟังสิ่งที่คัดเลือกเหล่านั้น  นักศึกษาแต่ละคนจะได้รับแบบทดสอบวัด ทักษะเหตุผลด้านมิติสัมพันธ์(spatial reasoning test)  จาก  สแตมฟอร์ด-บิเนห์ อินเทลลิเจนท์ เทสส์(the Stanaford-Binet Intelligence test)  ผลได้แสดงว่าคะแนนของนักเรียนเพิ่มขึ้นหลังจากได้ฟังเพลงของโมสาร์ท  เมื่อเปรียบเทียบกับการฟังเพลงจากเทป relaxation และ ความเงียบ  ภายใต้เวลาที่ผ่านไป 10-15 นาทีที่คณะวิจัยได้ทดลองกับกลุ่มทดลอง ซึ่ง พวกเขาได้มีความเชื่อว่าความทรงจำจะสามารถถูกเพิ่มพูนได้เพราะว่า ดนตรีและความสามารถของทักษะด้านมิติสัมพันธ์และการจินตนาการเกี่ยวกับ ตำแหน่งและเนื้อที่ของวัตถุในระบบ 3 มิติ และทักษะความฉลาดในการใช้ช่องว่าง(spatial abilities) ภายในสมอง  จะมีความสัมพันธ์ร่วมกันภายในสมอง  ดังนั้นพวกเขาจึงได้คิดสรุปว่าดนตรีจะมีส่วนในการช่วยกระตุ้นสมองสำหรับการทดสอบด้วยแบบทดสอบวัดทักษะเหตุผลด้านมิติสัมพันธ์(  the spatial reasoning test)ซึ่งจะทำให้มีเชาว์ปัญญาดีขึ้น ทางด้าน spatial-temporal หรือด้านการจิตนาการและการลำดับเวลา ซึ่งเป็นข้อบ่งบอกความเฉลียวฉลาดของคนดนตรี โมสาร์ท  ต่อมาได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการพัฒนาศักยภาพสมองในเด็กทารก โดยเชื่อว่าถ้าทารกคนไหนได้ฟังเพลงโมสาร์ท เป็นประจำ ทารกคนนั้นโตขึ้นจะมีสมองดี นอกจากนี้ความรู้ดังกล่าวยังได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางเพิ่มขึ้น เพราะต่อมาไม่นาน รัฐจอร์เจีย ซึ่งเป็นรัฐๆ หนึ่งของสหรัฐ ก็ได้ออกกฎบังคับให้เด็กเกิดใหม่ทุกคน ต้องได้รับการแจกแผ่นดิสก์เพลงโมสาร์ท  ตามด้วยรัฐฟลอริดา ที่ได้บังคับให้เด็กนักเรียนทุกคนต้องฟังเพลงดนตรีคลาสสิกทุกวันที่ไป โรงเรียนอาจกล่าวได้ว่า ทุกวันนี้อุตสาหกรรมที่หากินกับผลวิจัยThe Mozart effects กำลัง เจริญรุ่งเรืองมาก รวมทั้งการทำการวิจัยเพื่อขยายผลการวิจัยชิ้นนี้ ซึ่งล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ได้พบว่า เด็กชั้นประถมปีที่ 2 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในนครลอสแองเจลิส หลังเริ่มเรียนเปียโนนาน 4 เดือน มีผลการเรียนวิชาเลขคณิต ดีกว่าเด็กที่ไม่ได้เรียนถึง 27 เปอร์เซ็นต

เรื่องแปลกคือ ตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้นมา ยังไม่มีนักวิจัยคนไหนทำผลวิจัย The Mozart effects ออกมาได้อีก เรื่องนี้ Rauscher ผู้ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์วิชา การพัฒนาการเรียนรู้แห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน วิทยาเขตออชคอช ได้ออกมาได้ว่า เป็นเพราะแบบการวิจัย ที่ทำขึ้นใหม่ ไม่ได้ตรงกับของเดิม อย่างไรก็ตามยังคงมีการเชื่อกัน ดนตรีมีผลดีต่อเด็กจริงๆ กอร์ดอน ชอว์  ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเออร์ไวน์ และ ดร.ฟราน ซิส โรเชอร์ แห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ประเทศสหรัฐอเมริกา  ทำวิจัยพบว่า  การฟังดนตรีของคีตกวีก้องโลก วูลฟ์กัง อมาเดอุส โมสาร์ท แม้เพียงแค่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ จะช่วยทำให้สมองของมนุษย์มีการรับรู้ได้เร็วขึ้น ชอว์ได้ทำการทดสอบกับนักศึกษาจาก 36 สถาบัน  โดยให้กลุ่มผู้ถูกทดสอบฟังบทเพลงเปียโนโซนาต้า D เมเจอร์ของโมซาร์ท  แล้วจากนั้นทดสอบไอคิว   โดย นักศึกษาจะต้องตัดกระดาษที่พับไว้  และให้เดารูปทรงเมื่อคลี่แผ่นกระดาษออกมา พบว่านักศึกษาที่ฟังบทเพลงของโมซาร์ทระหว่างทำการทดสอบ มีระดับไอคิวสูงขึ้นจากเดิมอีก 9 คะแนน  เมื่อเทียบกับผลการทดสอบในห้องเงียบ ๆ ที่ปราศจากเสียงเพลงของโมสาร์ท ทั้ง นี้ คณะวิจัยชุดดังกล่าวแจกแจงว่า  ดนตรีคลาสสิคช่วยให้มนุษย์สามารถใช้เหตุผลทางนามธรรมได้สูงขึ้น  ซึ่งเป็นผลดีต่อการเรียนวิชาทางด้านคณิตศาสตร์  ขณะที่การฟังจังหวะเพลงร็อคและเพลงแจ๊ซนิวเอจซ้ำๆ จะทำให้การใช้เหตุผลทางนามธรรมของมนุษย์ลดลง (ยูเรนัส,2542) ดร.Kenneth Steele และคณะ  (1999) รายงานการวิจัยของคณะนักวิจัยที่  Appalachian State University  โดยตีพิมพ์ใน  Issue of Psychological Science ฉบับวันที่ 10 กรกฎาคม 1999  Vol.10  Pages 366-369  ดร.Kenneth Steele และ ผู้ร่วมงานวิจัย ซึ่งได้รายงานอธิบายสรุปสภาวะที่เกิดขึ้นกับสมองดังนี้   (อริยะ สุพรรณเภษัช:2543) “มีเหตุต่าง ๆ อยู่เล็กน้อยที่เป็นพื้นฐานที่จะช่วยสนับสนุนความเฉลียวฉลาด”  ผู้วิจัยได้ประสบความสำเร็จในการค้นพบ The Mozart Effect  ซึ่งได้มีการเจาะลึกถึงผลกระทบที่เกิดจากกิจกรรมด้านดนตรีกับทักษะการคิดวิเคราะห์เหตุผลเชิงความสัมพันธ์สิ่งต่าง ๆ (spatial-temporal reasoning) พวกเขาเลือกนักเรียนอนุบาล อายุอยู่ระหว่าง 3-4 ปี  มาทำการทดลองอยู่ 8 เดือน  โดยเด็กนักเรียนถูกแบ่งออกเป็น  4 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1   ให้รับการอบรมบทเรียนทางด้านคีย์บอร์ด (Keyboard lessons)

กลุ่มที่ 2   ให้รับการอบรมบทเรียนทางด้านการร้องเพลง(Singing lessons)

กลุ่มที่ 3   ให้รับการอบรมบทเรียนทางด้านคอมพิวเตอร์ (Compuer lessons)

กลุ่มที่ 4   ไม่ได้รับการอบรม    (No lessons)

หลังจากการปฏิบัติ 8 เดือน  เด็กเหล่านั้นได้ถูกทดสอบพวกเขาในความสามารถทางด้าน  ทักษะการคิดวิเคราะห์เหตุผลเชิงความสัมพันธ์สิ่งต่าง ๆ  (spatial-temporal reasoning) และทักษะความทรงจำเกี่ยวกับรูปร่าง  (Spatial-recognition reasoning)  ผล ปรากฎว่าเป็นที่น่าภาคภูมิใจ  พวกเขาพบว่ากลุ่มเด็กที่ได้รับการอบรมบทเรียนทางด้านคีย์บอร์ดสามารถทำคะแนน จากการทดสอบ ความสามารถทางด้าน  ทักษะการคิดวิเคราะห์เหตุผลเชิงความสัมพันธ์สิ่งต่าง ๆ ( the spatial-temporal test)   ได้ เพิ่มพูนขึ้น  แม้แต่ว่าการทดลองต่อมาจะใช้เวลาสำหรับการอบรมบทเรียนทางด้านคีย์บอร์ดเพียง วันเดียว  เด็กเหล่านั้นก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของคะแนน แต่เด็กกลุ่มอื่นไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง  นอกจากนี้ในการทดสอบคะแนนจากแบบทดสอบทักษะความทรงจำเกี่ยวกับรูปร่าง(Spatial-recognition test) สำหรับการอบรมบทเรียนทางด้านคีย์บอร์ดเพียงวันเดียวพบว่ามีการเพิ่มพูนขึ้นของคะแนน แต่สำหรับกลุ่มอื่นไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงของคะแนน     การทดลองนี้ยืนยันเกี่ยวกับอิทธิพลของดนตรีที่มีต่อการพัฒนาศักยภาพทางสมอง ดังนั้นจากผลการวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ก็ได้รายงานสอดคล้องต้องกันถึงประโยชน์ของดนตรีในฐานะที่อาจเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่มีอิทธิพลต่อความฉลาดของมนุษย์ แต่ต้องเป็นดนตรีที่เกิดจากการฟังอย่างตั้งใจ หาใช่เพียงแค่การได้ยิน  ทั้งนี้เพราะการฟังอย่างตั้งใจนั้นจะทำให้เราได้มีโอกาสพิจารณา จำแนก และวิเคราะห์ถึงองค์ประกอบความเป็นทางการหรือเนื้อหาที่ผ่อนคลายและแนว ดนตรี  ซึ่งประโยชน์ของดนตรีในแง่ของการเสริมสร้างความฉลาดนี้ดำเนินไปในลักษณะ เดียวกับการออกกำลังกายที่สามารถพัฒนาการทำงานของสมองน้อยได้ด้วยการเพิ่ม ข้อมูลสำเร็จรูปของประสบการณ์ การเคลื่อนไหว ความรู้สึก อารมณ์ การวิเคราะห์ ความสามารถในการจดจำ เปรียบประดุจการสะสมทรัพย์อันมีค่า เมื่อต้องการก็หยิบออกมาใช้ได้อย่างทันท่วงทีและเป็นทุนรอนสำหรับการลงทุน เพื่อเพิ่มทรัพย์ในครั้งต่อไป (พิสุทธิพร ฉ่ำใจ,พลังสมองใช้ให้เป็น,สำนักพิมพ์ต้นธรรม,2543) ถ้า เป็นเช่นนี้คงต้องรีบแสวงหาดนตรีที่เหมาะสมมาใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเอง และคนที่เรารัก และหลีกเลี่ยงดนตรีที่ไม่เหมาะสม  เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับชีวิต

          นอกจากนี้ต้องกระตุ้นการพัฒนาศักยภาพของสมองส่วนอารยะ หรือ ส่วนที่เรียกว่า neocortext   ด้วย ดนตรีคลาสสิกประจำพูสมอง เพื่อกระตุ้นการพัฒนาศักยภาพของพูสมองแต่ละส่วน เพื่อพัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ของสมองส่วนปัญญาเหล่านั้นโดยดนตรีคลาสสิกที่ผ่านการคัดเลือก ได้แบ่งกลุ่มที่ใช้ได้แบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทใหญ่ ๆ  ตามวิชาสมาธิสมองดังนี้

1.  กลุ่มดนตรีที่มีคลื่นเสียงกระตุ้นสมองส่วนฟรอนทัล(Frontal Music)  มากเป็นพิเศษ      ดนตรี ในกลุ่มนี้จะมีพลังกระตุ้นสูงต่อพูสมองส่วนฟรอนทัลที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับ สมาธิ  ทำให้ผู้ฟังเกิดความสนใจมีสมาธิจดจ่อในคลื่นเสียงที่กำหนด  และมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ แขนขาและใบหน้า

2.  กลุ่มดนตรีที่มีคลื่นเสียงกระตุ้นสมองส่วนพาไรทัล(Parietal Music)

     ดนตรี ในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นดนตรีคลาสสิคที่ให้คลื่นเสียงอัลฟ่าแก่สมอง คลื่นเสียงจะมีพลังกระตุ้นสูงต่อพูสมองส่วนพาไรทัล และระบบประสาทอัตโนมัต ทำให้เกิดการปรับคลื่นสมองเข้าสู่คลื่นอัลฟ่า,สร้างความสงบและทำให้เกิดการพัฒนาสมาธิในระดับสูง นอกจากนั้นยังพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ จินตภาพ ทักษะด้านคณิตศาสตร์  ความรู้สึกสัมผัส  ความลึกซึ้งในสุนทรียภาพทางดนตรี  และจินตนาการเกี่ยวกับตำแหน่งและเนื้อที่ของวัตถุในระบบสามมิติ Spatial temporal reasoning

เนื่องจากดนตรีคลาสสิกกลุ่มนี้จะมีอิทธิพลต่อทักษะการคิดวิเคราะห์เหตุผลเชิงความสัมพันธ์สิ่งต่างๆ(spatial-temporal reasoning)ได้มีความเชื่อว่าความทรงจำจะสามารถถูกเพิ่มพูนได้เพราะว่า ดนตรีและความสามารถของทักษะด้านมิติสัมพันธ์และการจินตนาการเกี่ยวกับตำแหน่งและเนื้อที่ของวัตถุในระบบ 3 มิติ และทักษะความฉลาดในการใช้ช่องว่าง(spatial abilities) ภาย ในสมอง จะมีความสัมพันธ์ร่วมในทางเดินเดียวกันภายในสมอง  ดังนั้นพวกเขาจึงสรุปว่าดนตรีจะมีส่วนในการช่วยกระตุ้นสมองสำหรับการทดสอบ ด้วยแบบทดสอบวัดทักษะเหตุผลด้านมิติสัมพันธ์(  the spatial reasoning test) ซึ่งจะทำให้มีเชาว์ปัญญาดีขึ้น ทางด้าน spatial-temporal หรือด้านการจิตนาการและการลำดับเวลา ซึ่งเป็นข้อบ่งบอกความเฉลียวฉลาดของคน

การทดสอบพวกเขาในความสามารถทางด้าน  ทักษะการคิดวิเคราะห์เหตุผลเชิงความสัมพันธ์สิ่งต่าง ๆ  (spatial-temporal reasoning) และทักษะความทรงจำเกี่ยวกับรูปร่าง  (Spatial-recognition reasoning)  ผลปรากฎว่าเป็นที่น่าภาคภูมิใจความสามารถทางด้าน  ทักษะการคิดวิเคราะห์เหตุผลเชิงความสัมพันธ์สิ่งต่าง ๆ ( the spatial-temporal test)   ได้เพิ่มพูนขึ้น

3.กลุ่มดนตรีที่มีคลื่นเสียงกระตุ้นสมองส่วนเทมพอรัล ( Temporal Music)

ดนตรี ในกลุ่มนี้จะเป็นดนตรีคลาสสิคที่ให้คลื่นเสียงอัลฟ่าแก่สมอง คลื่นเสียงจะมีพลังกระตุ้นสูงต่อพูสมองส่วนเทมพอรัลส่วนใหญ่จะเข้าไปกระตุ้น ให้เกิดการพัฒนาอารมณ์ที่ดีและความซาบซึ้งในสุนรียภาพของดนตรี

4. กลุ่มดนตรีที่กระตุ้นสมองส่วนลิมบิค  (Limbic Music) ดนตรีในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นดนตรีคลาสสิคที่ให้คลื่นเสียงที่มีพลังกระตุ้นสูงต่อสมองส่วนNeocortext ทั้งหมดโดยรวม,สมองส่วนอารมณ์ ระบบลิมบิคและระบบประสาทอัตโนมัติ ให้เกิดการผ่อนคลายความเครียด,มีอารมณ์สนุกสนาน,กระตุ้นการเรียนรู้และการเคลื่อนไหวของร่างกายเนื่องจากคลื่นเสียง ทำให้กระแสประสาทในสมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เกิดการพัฒนาอารมณ์ที่ดี ,ลดความเครียด การซึมเศร้า การแสดงอารมณ์ที่เหมาะสม,ความทรงจำ(Memory) และความซาบซึ้งในสุนทรียภาพของดนตรี

          ทั้ง นี้ คณะวิจัยชุดดังกล่าวแจกแจงว่า  ดนตรีคลาสสิคช่วยให้มนุษย์สามารถใช้เหตุผลทางนามธรรมได้สูงขึ้น  ซึ่งเป็นผลดีต่อการเรียนวิชาทางด้านคณิตศาสตร์  ขณะที่การฟังจังหวะเพลงร็อคและเพลงแจ๊ซนิวเอจซ้ำๆ จะทำให้การใช้เหตุผลทางนามธรรมของมนุษย์ลดลง (ยูเรนัส,2542)

ถ้า เป็นเช่นนี้คงต้องรีบแสวงหาดนตรีที่เหมาะสมมาใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเอง และคนที่เรารัก และหลีกเลี่ยงดนตรีที่ไม่เหมาะสม  เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับชีวิต
ผลการวิจัยมากมายชี้ให้เห็นว่าพัฒนาการทางสมองของเด็กสามารถกระตุ้นได้ด้วยดนตรีคลาสสิกดนตรีคลาสสิก

1. ดนตรี คนตรีคลาสสิกมีท่วงทำนองและจังหวะซับซ้อน  จึงอาจช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์เหตุผล เชิงความสัมพันธ์สิ่งต่าง ๆ (Spatial – Temporal Reasoning) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

2. จากการวิจัยพบว่าจังหวะเสียงสูงต่ำและความถี่ของเสียงดนตรีอาจช่วยพัฒนาความสามารถในการเรียนภาษาได้ดีขึ้น

3.  ดนตรีคลาสสิกอาจช่วยให้ทารกเกิดความรู้สึกสงบสบายขึ้น      ทำให้สามารถรับรู้และเข้าใจสภาวะแวดล้อมในระหว่างที่รู้สึกผ่อนคลายได้ดีขึ้น  จึงช่วยให้ปรับตัวเข้ากับชีวิตภายนอกครรภ์มารดาได้ดี

4. ดนตรีคลาสสิกบางผลงานส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ของทารกโดยเพิ่มขีดความสามารถด้านคำพูด อารมณ์,พัฒนา สมาธิและความทรงจำและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองซีกขวา   ซึ่งใช้ในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ผลการวิจัยพบว่าดนตรีอาจส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ดีขึ้น

5. จากการวิจัยพบว่าเด็กอายุ 3 เดือน ที่เรียนรู้ทักษะง่าย ๆ ขณะฟังดนตรีคลาสสิกจะสามารถจดจำสิ่งที่ตนเรียนรู้  แม้เมื่อเปิดเพลงเดิมให้ฟังอีกครั้ง  เมื่อเวลาผ่านไป 7 วัน

6. การศึกษาเด็กก่อนวัยเรียนที่ฝึกเล่นเปียโน    กลุ่มที่ฝึกใช้คอมพิวเตอร์ และกลุ่มที่ไม่ได้รับการฝึกฝนใด ๆ พบว่าในระหว่างการวิจัย  เด็กที่เล่นเปียโนเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่มีความสามารถเข้าใจเหตุผลของความสัมพันธ์ของสิ่ง ต่าง ๆ ได้รวดเร็วเพิ่มขึ้นถึง 37%

7. การ ศึกษากลุ่มเด็กอนุบาลพบว่าความสามารถในการจำแนกความสูงต่ำของเสียงสัมพันธ์ กับทักษะการเรียนรู้ด้านการอ่านหนังสือ  โดยส่งผลให้เด็กสามารถเรียนรู้ในการเปล่งเสียงได้เร็วยิ่งขึ้น

8. เด็กมัธยมปลาย  ปีสุดท้ายที่ได้เรียนศิลปะมา 4 ปี  หรือมากกว่า         จะทำคะแนนวิชาคณิตศาสตร์และสอบปากเปล่าของข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา (SAT)  ได้สูงกว่าเด็กที่ไม่ได้เรียน  หรือมีประสบการณ์ในวิชาศิลปะถึง 8-12 %

ดนตรีคลาสสิกกลุ่มพัฒนาอารมณ์กับการพัฒนาอีคิว

          จาก ผลการค้นคว้าของอาจารย์อริยะ สุพรรณเภษัช พบว่ามีดนตรี่คลาสสิกบางเพลงที่เมื่อฟังแล้วคลื่นเสียงของเพลงมีอิทธิพล กระตุ้นต่ออารมณ์และจิต ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงด้วยเครื่องเป่า เครื่องสาย บางบทเพลงทำให้จิตใจเกิดความรู้สึกสะเทือนใจอ่อนไหวเศร้าสร้อยไปกับเสียง เพลงเช่น Piano Sonata No 8 “Pathetique” ของ Beethoven หรือ Nocturne in E flat Major ของ  Chopin  บางบทเพลงทำให้เกิดความรู้สึกอารมณ์สดชื่นแจ่มใสกระปรี้กระเปล่า Spring from  The four season  ของ vivaldi  บางบทเพลงทำให้เกิดความรู้สึกอยากจะเต้นรำหมุนไปรอบ ๆ ตามจังหวะเสียงเพลง เช่น บทเพลง The Blue Danube Waltz ของ Strauss เป็นต้น  ซึ่งเชื่อว่าดนตรีกลุ่มนี้จะเข้าพัฒนาสมองส่วนระบบลิมบิก ทำให้มีการพัฒนาสมองส่วนอารมณ์ให้มีความละเอียดอ่อนมากขึ้น  ซี่งอาจารย์อริยะ ได้มีการจัดชุดดนตรีกลุ่มนี้ไว้เป็นชุด ๆ ที่เรียกว่าดนตรีพัฒนาอารมณ์

ดนตรีคลาสสิกกับการพัฒนาสมาธิ

จากผลการค้นคว้าของ ดร.ลอชา ดนอฟ   ชาวฮังการีระบุว่า  ดนตรีคลาสสิคเป็นแรงกระตุ้นคลื่นอัลฟ่าในสมองมนุษย์ที่ดีที่สุด  เพราะว่าดนตรีคลาสสิคทำให้สมองเกิดคลื่นอัลฟ่าซึ่งคลื่นชนิดนี้จะช่วยพัฒนา และสติปัญญาอย่างแน่นอน ในสภาวะนี้สมองจะเรียนรู้ในสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น เมิ่อได้รับความช่วยเหลือจากดนตรีคลาสสิคจะทำให้ความจำและความมีสมาธิของจะ เพิ่มขึ้นหลายเท่าอย่างแน่นอน  จากการใช้พลังมหัศจรรย์ของคลื่น อัลฟ่าที่เกิดจากดนตรีคลาสสิคนี้ 

          การ ค้นคว้าของอาจารย์อริยะ สุพรรณเภษัชเกี่ยวกับดนตรีคลาสสิกพบว่ามีดนตรีคลาสสิกประเภทกลุ่มพัฒนา สมาธิ  จะกระตุ้นสมองทำให้สมองเกิดคลื่นอัลฟ่าและพัฒนาสมาธิได้ดีเป็นพิเศษ ตัวอย่างสุดยอดเพลงคลาสสิกของคีตกวี เพื่อพัฒนาคลื่นสมองอัลฟ่า โดยอาจารย์อริยะ สุพรรณเภษัช ที่ท่านควรจะหามาฟัง เช่น Bach ได้แก่เพลง  Ave Maria และ Jesu ,Joy of Man’s Desiring  , Mozart ได้แก่   Eine Kleine Nauchtmusik: Romance Adante และ March of the Priests from The Magic Flute  เพลงหลังนี้เยี่ยมมากทำสมาธิได้เลย  ส่วนคีตกวีอีกคนหนึ่ง ชื่อ Massnet บางคนอาจไม่รู้จักแต่เพลงของท่านสุดยอดมาก ได้แก่  Meditation from Thais******

ผลการวิจัยอื่น ๆ เกี่ยวกับดนตรีคลาสสิกกับการพัฒนาสมอง

นัยพินิช  คชภักดี และ นิตยา  คชภักดี (2542) ได้ศึกษาค้นคว้าของ เกี่ยวกับผลการวิจัยดนตรีคลาสสิกกับการพัฒนาสมอง ไว้ดังนี้

ผลการวิจัยมากมายชี้ให้เห็นว่าพัฒนาการทางสมองของเด็กสามารถกระตุ้น

ได้ ด้วยดนตรีคลาสสิก ดนตรีคลาสสิกมีท่วงทำนองและจังหวะซับซ้อน  จึงอาจช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์เหตุผล เชิงความสัมพันธ์สิ่งต่าง ๆ (Spatial – Temporal Reasoning) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นไปได้อย่างรวดเร็วจากการวิจัยพบว่าจังหวะเสียงสูงต่ำและความถี่ของเสียงดนตรีอาจช่วยพัฒนาความสามารถในการเรียนภาษาได้ดีขึ้น

ดนตรีคลาสสิกอาจช่วยให้ทารกเกิดความรู้สึกสงบสบายขึ้น      ทำให้สามารถรับรู้และเข้าใจสภาวะแวดล้อมในระหว่างที่รู้สึกผ่อนคลายได้ดีขึ้น  จึงช่วยให้ปรับตัวเข้ากับชีวิตภายนอกครรภ์มารดาได้ดีดนตรีคลาสสิกบางผลงานส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ของทารกโดยเพิ่มขีดความสามารถด้านคำพูด อารมณ์,พัฒนา สมาธิและความทรงจำและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองซีกขวา   ซึ่งใช้ในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ผลการวิจัยพบว่าดนตรีอาจส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ดีขึ้นจากการวิจัยพบว่าเด็กอายุ 3 เดือนที่เรียนรู้ทักษะง่าย ๆ ขณะฟังดนตรีคลาสสิกจะสามารถจดจำสิ่งที่ตนเรียนรู้  แม้เมื่อเปิดเพลงเดิมให้ฟังอีกครั้ง  เมื่อเวลาผ่านไป 7 วันการศึกษาเด็กก่อนวัยเรียนที่ฝึกเล่นเปียโน    กลุ่มที่ฝึกใช้คอมพิวเตอร์ และกลุ่มที่ไม่ได้รับการฝึกฝนใด ๆ พบว่าในระหว่างการวิจัย  เด็กที่เล่นเปียโนเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่มีความสามารถเข้าใจเหตุผลของความสัมพันธ์ของสิ่ง ต่าง ๆ ได้รวดเร็วเพิ่มขึ้นถึง 37%การศึกษากลุ่มเด็กอนุบาล         พบ ว่าความสามารถในการจำแนกความสูงต่ำของเสียงสัมพันธ์กับทักษะการเรียนรู้ด้าน การอ่านหนังสือ  โดยส่งผลให้เด็กสามารถเรียนรู้ในการเปล่งเสียงได้เร็วยิ่งขึ้นเด็กมัธยมปลาย  ปีสุดท้ายที่ได้เรียนศิลปะมา 4 ปี  หรือมากกว่า         จะทำคะแนนวิชาคณิตศาสตร์และสอบปากเปล่าของข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา (SAT)  ได้สูงกว่าเด็กที่ไม่ได้เรียน  หรือมีประสบการณ์ในวิชาศิลปะถึง 8-12 %การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับผลการวิจัยดนตรีคลาสสิกกับการพัฒนาสมอง ของ ผศ.ดร.อุษณีย์  โพธิสุข(2542)  ได้ กล่าวไว้ว่าขณะนี้มีผลงานวิจัยของนักดนตรีชาวเชคโกสโลวาเกียและออสเตรีย พบว่าดนตรีแต่ละอย่างให้ผลต่อคลื่นสมองของมนุษย์โดยตรง  เช่น หากเด็กกำลังโกรธเกรี้ยว โมโห  เมื่อฟังเพลงคลาสสิคบางเพลง  สามารถทำให้สงบลงได้  และงานวิจัยนี้ยังทำละเอียดถึงขนาดเพลงของทุก ๆ วิชา  เช่นเวลาจะสอบเลขจะฟังเพลงทำนองใด  วิทยาศาสตร์  เพลงประเภทใด ความคิดสร้างสรรค์จะเป็นเพลงชนิดใด

รายชื่อเพลงคลาสสิคที่ใช้ในการพัฒนาI.Q. E.Q. และสมาธิ

จากการวิจัยของอาจารย์อริยะ สุพรรณเภษัช

ลำดับ

ชื่อนักดนตรี

ชื่อเพลง

1

Anton Rubinstein Melody in F

2

Bach Ave Maria

3

Bach Bist du hel mir

4

Bach Brandenburg Concerto No 2 in E

5

Bach Concerto  for two violin in D Minor

6

Bach Concerto for the violin Adagio

7

Bach Concerto in D Minor for two violin

8

Bach Concerto in D Minor for Violin Panpipes

9

Bach Embarme dich from St Mattew Passion

10

Bach Flute concerto in G Minor

11

Bach Jesu Joy of Man’s Desiring

12

Bach Motet’Singet dem Herrn einneuss Lied’

13

Bach O Haupt wii Blut and Wunden

14

Bach Orchestral Suite No 2

15

Bach Orfeo ed Euridice

16

Bach Partita No 3 in E Major

17

Bach Quitollis peccata mundi from Mass in B Minor

18

Bach Sei Lob und mit Ehern

19

Bach Sheep May Safety Grace

20

Bach Siciliano

21

Bach Sleepers awake

22

Bach Sonata in E flat for Flute&Harp Sicillano

23

Bach Sonata in G Minor for flute,Harp&Cello

24

Bach Suite No 3  Air on the G String

25

Bach Suite No 6

26

Bach Suscept from Magnificat

27

Bach Violin Concerto No 2 Adagio

28

Bach Wachet auf P

29

Bach Was Gott tut,dasist wohlgetan

30

Bach Wer nur den lieben Gott labt walten

ลำดับ

ชื่อนักดนตรี

ชื่อเพลง

31

Beethoven Fur Elise

32

Beethoven Minute in G Minor

33

Beethoven Moonlight Sonata

34

Beethoven Piano Sonata No 8 “Pathetique”

35

Beethoven Piano Tiro No 6 in E flat

36

Beethoven Romance No 2 for Violin

37

Beethoven Sonata No 1 in F Minor Adagio

38

Beethoven Symphony No 5

39

Boccherini Minuet and Trio from Quintet in E

40

Borodin Nocturne

41

Brahms Lullaby

42

Brahms Waltz in A flat

43

Brahms Waltz in A flat Major

44

Brunch Violin Concerto No 1 Adagio

45

Chopin Etude in C Minor

46

Chopin Etude in E  No 3 op 10

47

Chopin Fantasie – Impromptu in C sharp

48

Chopin Marche funebre,Lento,excerpt

49

Chopin Mazurka  in D Major

50

Chopin Mazurka  No 5  in B flat Major

51

Chopin Mazurka No 23 in D Major

52

Chopin Military Polonase in A Major

53

Chopin Minute Waltz in D flat

54

Chopin Nocturne in E flat Major

55

Chopin Polonaise in A flat

56

Chopin Waltz in A flat

57

Chopin Waltz in C sharp

58

Chopin Waltz in C sharp Minor

59

Chopin Waltz in E flat Major

60

Chopin Waltz in G flat Major

61

Chopin Waltz No 6 D flat Minor

62

Clarke The Prince of Denmark’s March

63

Debussy Araoesque

        ลำดับ

ชื่อนักดนตรี

ชื่อเพลง

64

Debussy clair de lune

65

Debussy Prelude to the Afternoon of a foun

66

Debussy Reverie

67

Dvorak Humoresque

68

Dvorak Waltzes

69

Dvorak Waltzes op 54 Nos1&4

70

Elgar Salut d’ amour

71

Faure Pavane

72

Faure Requeim

73

Franz Drdla Sovenir

74

Gassec/Mujer Gavotte

75

Gluck Dance of the Blessed Sprits

76

Grieg Norwegian dance No 2

77

Handel Arrival  of the Queen of Sheba

78

Handel Berenice Minute

79

Handel Water Music

80

Haydn String Quartet in E flat Major

81

Kreisler Libesleid

82

Leopold Mozart Toy Symphony

83

List Libestraum

84

Marc Antoine Chaarpentier Prelude to be Deum

85

Massnet Meditation from “Thais”

86

Mendelssohn On Wing of Song

87

Mendelssohn Spring  song

88

Mendelssohn War March of the Priests

89

Mozart Adagio in E for Violin and Orchestra

90

Mozart Ave verum Corpus

91

Mozart Cassation (Final-Musik) in G

92

Mozart Concerto No 10 in E flat for two  piano

93

Mozart Divertimento in B flat

94

Mozart Divertimento in D

95

Mozart Divertimento in G Minor

ลำดับ

ชื่อนักดนตรี

ชื่อเพลง

96

Mozart Duo for Violin and Viola in B flat

97

Mozart Eine Kleine Natmusik

98

Mozart Eine Kleine Natmusik : Allegro

99

Mozart Eine Kleine Natmusik II .Romance Adante

100

Mozart Eviar Madigan

101

Mozart Flute Concerto in G Minor  (III Rondo)

102

Mozart Flute concerto No 1 in G Minor

103

Mozart Horn Concerto No 1 in D

104

Mozart Horn Concerto No 2 in E flat Major

105

Mozart Horn Concerto No 3 in E flat

106

Mozart Horn Concerto No 4 in E flat

107

Mozart Horn Quintet in E flat

108

Mozart Laci darim Ia mano from Don Giovanni

109

Mozart March of the Priests from The Magic Flute

110

Mozart Piano Concerto No 17 in G

111

Mozart Piano Concerto No 19 in F

112

Mozart Piano Concerto No 20  (III Rondo)

113

Mozart Piano Concerto No 20 in D Minor

114

Mozart Piano Concerto No 21 in C Major

115

Mozart Piano Concerto No 24 in C Minor (III Allegretto)

116

Mozart Piano Quartet in G Minor

117

Mozart Piano Sonata in A Major

118

Mozart Piano Sonata in C Major

119

Mozart Piano Sonata in D

120

Mozart Piano Sonata No 11 in A

121

Mozart Piano Sonata No 11 in A Major

122

Mozart Piano Sonata No 15

123

Mozart Piano Sonata No 20

124

Mozart Piano Sonata No 21

125

Mozart Posthorn Serenade in D Major  first movement

126

Mozart Prelude No 3 in F

127

Mozart Rondo in D Major

128

Mozart Serenata notturna III