“ครู” หัวใจสำคัญส่งเสริมการศึกษา-พัฒนาชาติ

“ครู” หัวใจสำคัญส่งเสริมการศึกษา-พัฒนาชาติ

สวัสดีวัน ‘ครู’ หัวใจสำคัญส่งเสริมการศึกษา-พัฒนาชาติ

“นักเรียนทำความเคารพ…สวัสดีครับวันครู” วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม หรือวันครูของทุกปีตามประกาศคณะรัฐมนตรี เมื่อ พ.ศ. 2500 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีและดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภา กิตติมศักดิ์ นับได้ว่าเป็นอีกวันสำคัญที่บรรดาลูกศิษย์ลูกหาจะได้มีโอกาสแสดงความกตัญญู กับครูบาอาจารย์

ตั้งแต่โบราณจะถือกันว่า “ครู” คือแม่พิมพ์แห่งชาติและเป็นผู้มีพระคุณลำดับที่สาม เพราะนอกจากพ่อแม่แล้ว ครูจะเป็นผู้แนะนำ ให้ความรู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา เพิ่มพูนสติปัญญา ใกล้ชิด และอบรมพฤติกรรมให้เด็กเป็นทั้งคนเก่งและคนดี ผมจึงไม่พลาดที่จะนำเรื่อง “ครู” มาเล่าสู่กันฟังในสัปดาห์นี้ จำนวนนักเรียนในห้องเรียนสมัยตอนผมเป็นเด็กกับตอนนี้เปลี่ยนไปมาก ทำให้ปัจจุบันการทำหน้าที่ของ “ครู” ต้องทุ่มเทหนักขึ้น โดยในรายงานของกระทรวงศึกษาธิการ พบว่าหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่รับผิดชอบด้านนโยบายการศึกษาในระดับประถม ศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศ คือ สำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีนักเรียนในสังกัดกว่า 8.8 ล้านคน ขณะที่ข้อมูลอัตรา “ครู” มี 3.96 แสนอัตรา

แต่ตามเกณฑ์คุณภาพมาตรฐานที่จัดการเรียนการสอนนักเรียนต่ออัตรากำลังครูที่ กำหนดควรจะต้องอยู่ที่ 4.78 แสนอัตรา จึงถือได้ว่าประเทศไทยยังขาดแคลนครูเกือบแสนอัตรา และหากมองให้ลึกลงไปจะพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า “ครู” ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงถึงร้อยละ 60 โดยมีอายุเฉลี่ยที่ 45 ปี ด้วยประสบการณ์สอนกว่า 22 ปี และครูมีรายได้เฉลี่ยราวๆ เดือนละ 15,218 บาท มีภาระงานในหนึ่งสัปดาห์เฉลี่ยที่ 27.3-30.1 ชั่วโมง

จากที่ผมหยิบยกตัวเลขความต้องการครู และชั่วโมงการปฏิบัติหน้าที่มาเพื่อชี้ให้เห็นว่า คุณครูของเราจะต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ และจิตวิญญาณความเป็นครูอย่างหนักเพื่อให้เยาวชนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ และเพื่ออบรมบ่มเพาะเยาวชนให้เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ก่อนที่เยาวชนเหล่านี้ที่จะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต

ประเทศไทยมีประชากรกว่า 65 ล้านคน มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในปีที่ผ่านมา มูลค่ากว่า 11 ล้านล้านบาท แต่มีการลงทุนด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้จากทั้งส่วนกลาง และท้องถิ่น คิดเป็นเพียง 5% ของจีดีพีทั้งประเทศ โดยส่วนตัวผมมองว่ายังน้อยอยู่ ภาครัฐน่าจะมีการพิจารณาลงทุนด้านการศึกษาเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ควรมุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตใหม่และบรรจุครูให้สัมพันธ์กับความ ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาที่ขาดแคลน

นอกจากนี้ ก็น่าจะเน้นพัฒนาครูแกนนำและเครือข่ายครู เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาการเรียนรู้ในโรงเรียนรูปแบบใหม่ สร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรม พร้อมพัฒนาวิชาชีพครูชั้นสูงๆ จำแนกตามอัตรากำลังบุคลากรในสถานศึกษา ตั้งแต่กลุ่มผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติการ และผู้สนับสนุนการสอน ทั้งด้านวิชาการและมาตรฐานแห่งจรรยาบรรณครูและส่งเสริมให้มีการยกย่องเชิดชู ครูดีเด่นและครูผู้เสียสละ เพื่อให้ครูดีๆ ได้มีกำลังใจในการสร้างเยาวชนที่ดีและเก่งให้กับประเทศต่อไป

ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก