คุณคือ Geek แบบไหน?

Geek คืออะไร? ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าใครเป็นผู้บัญญัติคำว่าGeek แต่เรารู้โดยเข้าใจร่วมกันว่า Geekคือผู้ที่มีความรู้ความสนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนเกิดความชำนาญและรอบรู้ในสิ่งนั้น พูดง่ายๆก็คือ “Geek is the person who crazy on something.” นี่เองความหมายอาจจะไม่ค่อยต่างจากNerdสักเท่าไหร่ แต่ด้วยอะไรสักอย่าง Geek ถูกเรียกในความหมายที่ค่อนข้างจะดีกว่าNerd ตรงที่เท่าทันโลก รู้จักเข้าสังคม ไม่ทำตัวเชยๆเฉิ่มเบ๊อะ (ล่ะมั้ง?) บทความดัดแปลงต่อไปนี้ เขียนขึ้นเพื่อให้เข้าใจว่าGeekนั้นมีประเภทอะไรบ้าง ซึ่งผมเขียนด้วยภาษาที่คะนองปากปนประสบการณ์ดีบ้างไม่ดีบ้างปะปนกันไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ

Finance Geeks (กี๊คการเงิน)

อะไรที่ทำให้ไอ้งั่งบ้าเลขดูเท่ห์ขึ้นมาได้? นั่นคือการที่เขามีเงิน15ล้านเหรียญต่อปี มีรถเฟอรารี่ขับไปซื้อก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยไงล่ะ เพราะเขารู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเงิน รู้ว่าต้องลงทุนกับอะไรถึงจะได้กำไร เขาไม่เคยจับเงินก้อนไหนแล้วไม่งอกเงยเป็น300เท่าเลยสักครั้งเดียว

Sport Geeks (กี๊คกีฬา)

นายคนนี้แรกเริ่มเป็นแค่ผู้ชื่นชอบในกีฬา จนกาลเวลาผ่านไป ความชื่นชอบของเขาเริ่มกลายเป็นไอ้บ้าผู้คลั่งสถิติไปทันที เขารู้่เรื่องเกี่ยวกับกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอลดีโคตรๆ รู้ว่าแมนยู ลิเวอร์พูล ทีมชาติไทย มีใครเป็นนักเตะ เคยได้แชมป์กี่สมัย เคยแพ้ให้กับทีมโน้นทีมนี้เท่าไหร่ ซื้อนักเตะด้วยค่าตัวเท่าไหร่ ค่อนข้างจะน่ากลัวอยู่บ้างที่Geekประเภทนี้มักจะเป็นสาวกของทีมใดทีมหนึ่ง ดังนั้นถ้าไม่อยากชวนทะเลาะก็อย่าแขวะทีมบร๊ะเจ้าของเขาให้มากก็แล้วกันเน่อ

Car Geeks (กี๊คการช่าง)

คล้ายๆกับSport Geeks แต่ต่างกันตรงที่หมอนี่คลั่งไคล้เรื่องเครื่องยนต์กลไกของรถยนต์มากๆ รู้ว่าต้องโมยังไง ถอดประกอบตรงไหนรถถึงจะแรง หมอนี่สามารถทำให้วิศวกรผู้ออกแบบรถยนต์น้ำตาตกเมื่อพบว่ารถยนต์ที่เขาออกแบบสามารถพ้นขีดความสามารถมาตรฐานได้ จัดว่าเป็นบุคคลที่เด็กแว้นนับให้เป็นบร๊ะเจ้าคนหนึ่ง

Music Geeks (กี๊คเรคอร์ด)

Geekนี้จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ นักฟังเพลงหูเทพ กับ นักดนตรีขั้นเมพ ซึ่งทั้งสองประเภทนี้จะมีความเหมือนอยู่อย่างหนึ่งก็คือ จะชื่นชอบเพลงแนวอัลเทอเนทีฟ แนวอินดี้ และค่อนข้าง(จะกระแดะ)(จนเข้าขั้น)จะเกลียดเพลงแนวตลาดๆที่เอาใจแฟนๆ พอใจที่จะได้วิจารณ์นักล่าฝันในAFและ The Starเสียๆหายๆ โดยที่ไม่มองตัวเองเลยว่าตนเองได้เริ่มทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเหมือนพวกเขาหรือเปล่า

Movie Geeks (กี๊คภาพยนตร์)

คล้ายๆกับMusic Geeks แต่ต่างตรงที่เขาหายใจเข้าออกเป็นหนัง ซึ่งหนังที่เขาชื่นชอบมากที่สุดคือหนังแนวอินดี้ หนังฝรั่งเศส หนังเยอรมัน และหนังที่มีฉายเฉพาะในHouseหรือLido (พูดง่ายๆ มันชอบดูหนังที่ชาวบ้านชาวช่องเขาไม่ดูกัน) นายคนนี้คงจะรอบรู้เรื่องหนังดีมาก ถึงขนาดไปดูหนังแทบจะทุกเรื่องในโรง(หรือไม่ก็ทอร์เร้นท์) แล้วก็เอามาวิจารณ์ในบอร์ดเฉลิมไทยว่า “เฮ้ยว์ กูไปดูมาแล้ว แม่งห่วยว่ะ ตอบจบนะ oooooooo” น่าแปลก แม้หมอนี่จะแสดงตัวอย่างโจ่งแจ้งว่าไม่ชอบหนังไทย หนังฮอลลีวู้ด หนังเกาหลี แต่ทุกเรื่องที่มันเกลียด แม่งดูมาหมดแล้วทั้งน้านนน….

Food Geeks (กี๊คชวนชิม)

เขาหรือเธอว์จะชื่นชอบการทำอาหารมากๆ รู้ว่าอาหารประเภทแบบนี้ต้องทานยังไงถึงจะอร่อย เขาหรือเธอว์ทานอาหารมาแล้วแทบจะทุกที่ จนสามารถบอกได้ว่าร้านไหน ย่านใด มีอะไรอร่อยขึ้นชื่อบ้าง Geekประเภทแบบนี้ส่วนใหญ่จะมีจิตใจงาม เพราะไปทานที่ไหนต้องช่วยบอกต่อ เพื่อที่คนอื่นจะได้รู้จักและลองไปชิมบ้าง

Gamers (เกมเมอร์, เกรียนเมอร์)

นายคนนี้ค่อนข้างจะมีนิสัยเด็กอยู่บ้างเล็กน้อย ชอบที่จะเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ สามารถหลอมจิตใจเข้าไปอยู่ในโลกแห่งเกมได้ (ถ้าไม่โดนที่บ้านว่า) เขารู้เคล็ดลับที่จะนำพาไปสู่เลเวลสูงๆได้ และยังเคยพาตัวเองไปสู่การแข่งขันระดับประเทศหรือระดับโลกมาแล้ว เกมเมอร์นั้นถ้าเป็นคนดีก็ถือเป็นคนน่าคบเป็นเพื่อนเล่นคนหนึ่ง แต่ถ้าเป็นคนนิสัยเกรียนๆ ก็เกรียนจนใจหายไปเลยทีเดียว

Gadget Nerds (จ๊าดง่าวเขย่ามือถือ) <

อุปกรณ์อิเล็คโทรนิค เช่น Nokia iPod iPhone Blackberry Android ถือเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของนายคนนี้ เขารู้ว่ามือถือหรืออุปกรณ์พกพาชนิดไหนเล่นยังไง มีข่าวคราวเคลื่อนไหวอย่างไร firmwareตัวใหม่อัพเดดในด้านอะไร เป็นคนค่อนข้างพูดน้อย เพราะเอาแต่สื่อสารด้วยตัวอักษร140คำบนหน้าจอ จนอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าจะหาเมียได้หรือเปล่านะ

Programmers (โปรเกรียนเมอร์)

บุคคลผู้พูดน้อยยิ่งกว่า Gadget Nerds แต่มีความรอบรู้เรื่องการเขียนโปรแกรม เขียนเว็บให้กับองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆจนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ มักใช้Linuxทำมาหากิน สนับสนุนOpensourceสุดติ่งเป็นสาวกบล็อกนั้น มักมีนิสัยแปลกอยู่อย่างคือ สื่อสารกับบุคคลทั่วไปไม่ค่อยจะรู้เรื่อง (คาดว่าต้องคุยเป็นภาษาAJAX หรือไม่ก็Protocal ถึงจะเข้าใจ) ไม่เข้าใจความเป็นไปของการตลาดว่ามีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เป็นเหตุให้ผู้จ้างต้องขอเปลี่ยนไอ้โน่นไอ้นี่หรือไม่ก็พับโครงการไปเลย โปรแกรมเมอร์มักเรียกนายจ้างหรือเจ้านายตัวเองว่า petdo เพราะเขาคิดว่ารายนั้นเป็นคนเอาแต่ได้เอาแต่ใจ (อันที่จริง หมอนั่นแหล่ะ Petdoตัวพ่อเลย)

DIY Computer Geeks (กี๊คช่างพันธ์ทิพย์)

อยากได้คอมสเปกไหน ด้วยงบประมาณเท่าไหร่ ถามหมอนี่ได้ เขาจัดให้ได้ทุกอย่าง ถือเป็นGeekที่น่าพึ่งพาที่สุดคนหนึ่ง ดูเหมือนความสุขของเขาคือการได้Overclockคอมที่ตัวเองประกอบให้มีความเร็วได้ใกล้เคียง 4.0 Ghz ซึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะเร็วไปถึงไหน แค่ที่ใช้อยู่ตอนนี้ก็เล่น Modern Warfare 2 ลื่นจนหัวแตกจะแย่อยู่แล้ว (ใครที่ไหนจะใช้คอมที่ต้องหล่อเย็นด้วยไนโตรเจนกันล่ะ 555+)

Cosplayers (หนุ่มสาวคอสเพลย์)

เขาหรือเธอว์เป็นคนที่รักสวยรักงามอยู่พอตัว และต้องชื่นชอบในตัวละครนั้นมากจนถึงขั้นยอมเจียดเงินส่วนหนึ่งมาเป็นทุนตัดชุดคอสเพลย์ไว้ใส่เดินเฉิดฉายในงานการ์ตูน รู้ว่าต้องแต่งยังไงถึงจะขึ้น จัดอุปกรณ์อย่างไรให้ดูสมจริง นักคอสเพลย์จะไม่เหมือนกันGeekประเภทอื่นๆตรงที่ชอบออกไปพบปะผู้คน ให้คนมาชมมาถ่ายรูป (ก็ควรจะอย่างงั้น เพราะคงไม่มีใครแต่งคอสเพลย์ไว้ดูคนเดียวหรอกเนอะ) เป็นสังคมที่เปิดกว้างอยู่พอสมควร แต่ในสายตาคนภายนอกอาจจะมองด้วยความรู้สึกแปลกๆอยู่บ้าง

Otaku (โอตาคุ…คุๆๆๆๆ)

คำว่า โอตาคุ ในเมืองนอกถือว่าเป็นคำที่เรียกในแง่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เราชอบเรียกตัวเองอย่างภาคภูมิใจ (แต่ฝรั่งตาน้ำข้าวก็คิดคล้ายๆกับเราอยู่บ้างนะ) คนที่เป็นโอตาคุตัวจริง ต้องหายใจเข้าออกเป็นการ์ตูน นึกคนที่น่ารักน่ากอด ต้องเป็นหนุ่มสาว2มิติ ถ้าเป็น3มิติต้องเป็นนักพากษ์การ์ตูน มีของสะสมทุกอย่างเกี่ยวกับการ์ตูนไว้เป็นคอลเล็คชั่น บางรายเข้าขั้นหน่อย ต้องมีหมอนข้างลายคาแรคเตอร์ที่ตัวเองชอบไว้นอนกอดอีกด้วย

สรุปแล้ว ไม่ว่าเราจะเป็นGeekอะไร ก็ขออย่าได้แคร์สื่อให้มากนัก ตราบเท่าที่เราไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครคนอื่นเข้า หรือไปก่อกรรมทำเรื่องดราม่าให้ติดฮอตฮิตในด้านที่เสื่อมๆ

โดยส่วนตัวแล้วผมค่อนข้างนับถือคนที่เป็นGeek โดยเฉพาะGeekสายไอที เพราะกว่าเขาจะเป็นGeekในสาขานั้นได้ เขาต้องใช้เวลาสะสมความรู้อยู่นาน กว่าจะมาเผยแพร่ความรู้ให้คนทั่วไปได้เข้าใจ

เห็นหลายๆบอร์ด หลายๆเว็บ โอดครวญกันเหลือเกินว่าทำแทบตาย ไม่มีใครเข้าใจ หาว่าเราทำอะไรไร้สาระ ว่าเราเป็นไอ้งั่งอย่างงั้นอย่างงี้ เพราะเรามันGeekเกินไปใช่ไหม อยากบอกว่า ช่างพวกเขาเถอะครับ

โลกนี้พัฒนาต่อไปได้ ก็เพราะ “ไอ้งั่ง” นี่แหล่ะ

ที่มา : http://kennyhass.exteen.com

About admin 174 Articles
ครูโซ่ ยอดหทัย รีศรีคำ ครูคณิตศาสตร์ ผมเชื่อว่าการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในรูปแบบสนุกสนาน สร้างบรรยากาศการเรียนให้ผ่อนคลาย จะสามารถเรียนรู้ได้ดีกว่าภาวะเครียดและกดดัน เมื่อคุณก้าวเดินมาเป็นครู อุดมการณ์คือสิ่งที่ไม่ควรจะเปลี่ยนมันแม้เวลาผ่านไปนานเท่าใด