สิงคโปร์รณรงค์เลิกบ้าคะแนนสอบ ปรามพ่อแม่อย่ากดดันลูก หลังมีเด็กฆ่าตัวตายเพราะถูกต่อว่า

วันที่ 28 พ.ย. บีบีซีรายงานกระแสต่อต้านค่านิยมการตัดสินอนาคตด้วยคะแนนสอบในสิงคโปร์ หลังเกิดกรณีวิพากษ์วิจารณ์ผลสอบสำเร็จการศึกษาระดับประถม (พีเอสแอลอี) ของนักเรียน นับจากเกิดเหตุการณ์เด็กนักเรียนวัย 11 ขวบ กระโดดตึกฆ่าตัวตาย เพราะถูกต่อว่าเรื่องผลสอบเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า ชาวสิงคโปร์หลายครอบครัวยังมองว่าผลสอบเป็นเครื่องตัดสินชะตาชีวิต โดยคะแนนมากเท่ากับประสบความสำเร็จ และคะแนนน้อยคือล้มเหลว

กระทั่งเมื่อเกิดเหตุสะเทือนใจดังกล่าว ทำให้บรรดาคนดัง ทั้งศิลปิน นักการเมือง รวมถึงนักธุรกิจ และอาจารย์ ร่วมรณรงค์ต่อต้านการยึดค่านิยมตัดสินคนด้วยคะแนน หลายคนโพสต์ผลสอบสมัยเรียน พร้อมระบุอาชีพในปัจจุบัน และข้อความเตือนสติให้ผู้ปกครองเลิกกดดันเด็ก

14803371811480337273l

เบนจามิน เค็ง นักร้องสิงคโปร์คนดังโพสต์รูปและผลสอบสมัยเด็ก

เบนจามิน เค็ง นักร้องชื่อดัง โพสต์ว่าตนเป็นเด็กที่เรียนไม่เก่งที่สุดของห้องเรียนที่เป็นที่โหล่ในระดับชั้น แต่ปัจจุบันเป็นนักร้องนำของวงร็อกที่ประสบความสำเร็จ
“ถึงเด็กๆ ทุกคนที่หวาดกลัวเพราะตัวเลข 3 หลัก จำไว้ว่าโลกยังรักคุณ และพวกคุณเป็นมากกว่านั้น”

Žขณะที่นายไกรูดิน อัลจูเนียด อาจารย์มหาวิทยาลัย ระบุว่า ผลสอบพีเอสแอลอีของตนอยู่ที่ 221 คะแนน (เกณฑ์รับพิจารณาเข้าศึกษาต่อต้องไม่ต่ำกว่า 200 คะแนน) แต่ตอนนี้ผมเป็นรองศาสตราจารย์Ž

ส่วนนายตัน ฉวนจิน รมว.พัฒนาสังคมและครอบครัว กล่าวว่า ผลสอบพีเอสแอลอีเป็นปัจจัยหลักที่ขัดขวางความสุขในช่วงวัยเด็กของอนาคตประเทศ

น.พ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมศานต์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นต้องพิจารณาว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร อาจจะไม่ใช่จากผลการเรียนไม่ถึง 3 เด็กอาจจะมีปัญหาที่ซับซ้อนกว่านั้น ซึ่งเป็นปัญหารายบุคคล นอกจากนี้เด็กอาจมีภาวะซึมเศร้ามาก่อน หรือการก่อเหตุอาจเป็นปฏิริยารุนแรงต่อเรื่องที่มีผลกระทบต่อตัวเขา เช่น ถูกพ่อแม่ดุด่า อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ทำร้ายตัวเองมักจะเกิดจากความเครียดสะสมและเรื้อรัง นำไปสู่การฆ่าตัวตาย หรือตัดสินใจอย่างหุนหัน

“ผลการเรียนเป็นเพียงแค่เครื่องวัดและประเมินผล เพื่อให้เด็กได้รู้ว่าจะพัฒนาตัวเองอย่างไร ในด้านใด ซึ่งผลการเรียนในวันนี้ อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ในวันข้างหน้า เกรดเป็นแค่การวัดผลเพื่อพัฒนาตัวเองได้เหมาะสม อย่าเอาเกรดมาตีค่าตัวเอง จะประเมินค่าตัวเองให้ต่ำลงไป พ่อแม่ต้องเป็นที่ปรึกษาให้ลูกด้วยความเข้าใจ เมื่อพบว่าลูกมีอาการเครียดทั้งจากเรื่องการเรียนและเรื่องอื่นๆ ด้วยการให้กำลังใจและอยู่เคียงข้าง เมื่อพ่อแม่มีท่าทีเข้าใจเด็กก็จะผ่อนคลายลง ซึ่งปฏิกิริยาของเด็กในเรื่องเรียนมักจะมีผลมาจากพ่อแม่ที่ทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองเองเรียนไม่เก่งก็ไร้คุณค่า และเกิดการไม่ยอมรับตนเอง พ่อแม่ต้องดูว่าผลการเรียนเขาต่ำลงอย่างไร หากต่ำหมดทุกวิชาก็อาจเกิดปัญหาในเรื่องการปรับตัวเข้ากับสังคมได้ หรือต่ำลงเป็นบางวิชาก็อาจเป็นเพราะเขาไม่ถนัดในด้านนั้น ที่สำคัญคือพ่อแม่ต้องมีท่าทีรับฟังด้วยความเข้าใจ และพร้อมให้การช่วยเหลือ”น.พ.ยงยุทธกล่าว

ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวอีกว่า หากผู้ปกครองพบว่าบุตรหลานมีอารมณ์เครียด ซึมเศร้า เก็บตัว หรือพฤติกรรมมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ควรเข้าไปพูดคุยดูแลด้วยท่าทีเข้าใจ จะสามารถทำให้เด็กดีขึ้นได้ แต่หากเด็กอยู่ในภาวะซึมเศร้ากินไม่ได้ นอนไม่หลับ ตำหนิตัวเอง มองโลกในแง่ร้ายควรนำมาพบจิตแพทย์ทันที นั่นแสดงว่าเขาตกอยู่ในภาวะมีอาการป่วยแล้ว

 

การเรียนในสภาวะไม่กดดันและเป็นกันเองนั้นย่อมทำให้เกิดการเรียนรู้ที่สูงสุด ยกตัวอย่างเช่น หากเรามีหนังในดวงใจ คุณจะจำทุกบทบาทและคำพูดถึงตัวลพครนั้นได้เสมอ ดังนั้นการเรียนการสอนก็เช่นเดียวกัน หากครูทำให้เกิดความประทับในการสร้างการเรียนการสอนที่สนุกไม่กดดันเด็กนั้นจะส่งผลต่อการเรียนนักเรียนอย่างแน่นอน  ครูโซ่ ยอดหทัย กล่าว

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

About admin 172 Articles
ครูโซ่ ยอดหทัย รีศรีคำ ครูคณิตศาสตร์ ผมเชื่อว่าการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในรูปแบบสนุกสนาน สร้างบรรยากาศการเรียนให้ผ่อนคลาย จะสามารถเรียนรู้ได้ดีกว่าภาวะเครียดและกดดัน เมื่อคุณก้าวเดินมาเป็นครู อุดมการณ์คือสิ่งที่ไม่ควรจะเปลี่ยนมันแม้เวลาผ่านไปนานเท่าใด